.
.
รีวิว STAG Tuning ฉบับใช้งานจริง
.
ความเดิมตอนที่แล้ว ได้อธิบายการทำงานของกล่องซิ่ง STAG Tuning
ไปแล้วซึ่งหลักการทำงานก็คล้ายๆกับกล่องซิ่งยี่ห้ออื่นๆในประเภทเดียวกัน
หลักการทำงานไม่ซับซ้อน แต่สามารถปรับจูนได้ด้วยถ้าต้องการ
.
จากนี้ก็จะเป็นผลการทดสอบจากการใช้งานจริงโดยมีเครื่องไม้เครื่องมือ
ในการทดสอบที่คิดว่าเชื่อถือได้ (สำหรับผม) มีอะไรบ้างเดี๋ยวผมจะบอก
ให้ฟังกัน แต่ที่แน่ๆอย่างแรกคือ รถที่ใช้ทดสอบ
.
มันคือ…Volk Golf Gti Fsi Turbo ปี 2008 ตัวจี๊ด(ในอดีต)นั่นเอง
อืม….หลายคนคงบอกว่า มันตื่นเต้นตรงไหนวะเนี่ย…..
.
ภาพบน Golf Gti FSI Turbo รถบ้าน คลัชคู่ 200 ม้า
.
สเป็คเครื่องยนต์ Golf Gti 2008 FSI Turbo
เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมด้วยเทอร์โบ
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Direct Fuel Injection (เบนซินฉีดตรง)
ตำแหน่งเครื่องยนต์ วางหน้า
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบส่งกำลัง 6 จังหวะ คลัชคู่ DSG Dual Clutch และ Paddle Shift
ความจุกระบอกสูบ 1,984 ซีซี
กำลังอัด 10.5:1
แรงม้า 200 แรงม้า@ 5,100 rpm
แรงบิด 280 NM @ 1,800 rpm
.
ภาพบน Golf Gti FSI Turbo รถบ้าน เห็นอย่างนี้ สวนเรียบนะครับ
(เพราะไม่คิดว่าจะแรง ไม่ได้เตรียมตัวก็หายเป็นทุ่งแล้ว)
.
ชุดแก๊สที่ใช้ติดตั้งใน Golf Gti FSI Turbo
ยี่ห้อ AC Autogas
รุ่น STAG400-4 Dpi (ขีด 4 หมายถึงสำหรับเครื่อง 4 สูบ)
หัวฉีดแก๊ส แบบแยกหัวของ Hana
หม้อต้มแก๊ส KME Gold 280 Hp
ถังแก๊ส โดนัทชื่นสิริ ความจุ 47 ลิตร น้ำหนักถังเปล่า 33.6 กก
ขาดไม่ได้เลย พระเอกของงานนี้
.
กล่องซิ่ง STAG TUNING
.
ภาพบน STAG Tuning (ไม่ ติดแก๊ส ก็ใช้ได้)
.
ภาพบน ภายใน Golf Gti แพรวพราวจริงแท้
.
ได้เห็นหน้าตา และสเป็คคร่าวๆ ไปแล้ว ส่วนของประวัติ ข้อดี-เสีย ของรถ
รุ่นนี้ไปหาอ่านจากใน Google ได้ตามอัธยาศัย หรือ จะไปอ่าน รีวิว อันเก่าแก่
ของกระผมเองก็ได้ ตามลิงค์นี้ไปเลย
รีวิว Golf Gti ติดแก๊ส เครื่องเบนซินฉีดตรงกับ STAG400 Dpi
มีประวัติอยู่บ้างตามสมควร รีวิวหลังๆจะไม่มีแล้วเพราะมันต้องหาข้อมูลหนักมาก
(จริงๆนะ นับถือคุณ Jimmy Headlight Mag เลยครับ) กลับมาต่อเรื่องของเรา
.
ก็ไม่มีไรมาก พูดเรื่องอุปกรณ์สำหรับวัดผลการทดสอบกันบ้าง มีไรเป็นตัว
เลขจากเครื่องมือมาอ้างอิงมั่ง ดีกว่ามาบอกจากความรู้สึกอย่างเดียว แต่บาง
อย่างก็ต้องมีบอกจากความรู้สึกกันบ้าง (มาจากอินเนอร์ ล้วนๆ)
.
ภาพบน อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ STAG Tuning
.
อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบผล STAG Tuning
ที่เห็นจากภาพด้านบน เป็นอุปกรณ์ทดสอบเวลาเอารถไปวิ่งข้างนอก
ทดสอบบางอย่างเช่น จับเวลาอัตราเร่ง ทำเองก็อันตราย ชวนคนอื่นมาก็ไม่ว่าง
ก็ตามนั้น ใช้เจ้าพวกนี้ช่วยแล้วกันแม่นกว่าคนกดเป็นไหนๆ… เริ่มเลยแล้วกัน
.
1. กล่อง P-Box มีชื่อเต็มๆว่า Performance Box
.
ภาพบน หน้าตากล่อง P-Box RaceLogic สำหรับการทดสอบ STAG Tuning
.
เป็นอุปกรณ์ที่ในการทดสอบรถยนต์ที่นิตยสารรถยนต์ชั้นนำต่างๆให้การ
ยอมรับและในสนามแข่งขันต่างๆด้วย โดยติดในรถแต่ละคันเพื่อจับเวลา
เอาลิงค์ไปดูกันเองละกันครับมันเยอะ Performance Box
.
คุณสมบัติคร่าวๆ ใช้สัญญาณดาวเทียม GPS ทั้งหมด 8 ดวงในการ
คำนวณพิกัด ถ้าพวกรถแข่งเอาไปใช้ได้แสดงว่าความคลาดเคลื่อนต่ำมาก
ใช้วัดความเร็ว, ตามช่วงความเร็วที่กำหนดได้ด้วย, อัตราเร่ง, ควอเตอร์ไมล์,
แรงจี, ระยะเบรค และกำลังของเครื่องยนต์ และบันทึกข้อมูลลงใน SD Card
สรุป คือ แม่งทำได้เกือบหมดฮ่ะ
.
ภาพบน ตัวอย่างข้อมูลแสดงผลบางส่วน (ตัวเลขไม่เกี่ยวกับผลการทดสอบ)
.
ภาพบน ตัวอย่างข้อมูลแสดงผลบางส่วน (ตัวเลขไม่เกี่ยวกับผลการทดสอบ)
.
.
2. Dash Command + iPhone5
.
ภาพบน หน้าจอแสดงผลโปรแกรม Dash Command บางส่วน
.
เป็นอุปกรณ์ อืม เรียกว่าโปรแกรมก็แล้วกัน ที่อ่านค่าจากกล่อง ECU รถ
ผ่านการเชื่อมต่อแบบ OBD ซึ่งข้อมูลใน ECU มีอะไรจากเซ็นเซอร์ตัวไหน
เจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็ดึงค่าขึ้นมาแสดงผลได้ทันทีและสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น
ความร้อนอากาศที่เข้าเครื่อง, บูสท์, อัตราส่วนผสม, แรงดันในรางหัวฉีด
และอื่นๆอีกมามาย พร้อมบันทึกค่าไว้มาตรวจสอบย้อนหลังกันได้ด้วย
.
ภาพบน หน้าจอแสดงผลโปรแกรม Dash Command ส่วนเก็บ Log
.
3. Torque Pro + Samsung Note 8
.
ภาพบน หน้าจอแสดงผลโปรแกรม Torque Pro สำหรับ Android
.
โปรแกรมตัวนี้ก็ทำหน้าที่เหมือนๆกับ Dash Command จับค่าได้
หลายอย่าง มีตีมจอแสดงผลให้เลือกโหลดเยอะอยู่ และก็การเซตค่าของ
มาตรวัดแต่ละตัวรู้สึกว่าจะง่ายกว่าทาง Dash Command และที่สำคัญ
สำหรับผมคือมันอยู่ในอุปกรณ์ที่จอใหญ่กว่า ^^ ดูง่ายสบายตา
.
ภาพบน หน้าจอแสดงผลโปรแกรม Torque Pro สำหรับ Android บน Samsung Note 8
(จอใหญ่ดูง่ายดี)
.
ตัวนี้มีลูกเล่นเยอะพอสมควร คำนวณน้ำมันที่เหลือกับระยะทางได้ด้วย
แต่ต้องใส่ข้อมูลของรถให้ครบถึงจะแม่น ส่วนลูกเล่นอย่างอื่นไว้ทำเป็นเรื่อง
ใหม่จะดีกว่า เพราะมันจะยาวไปแล้ว
.
เกือบลืม เรื่องอุปกรณ์ OBD มันมีข้อดีอื่นๆประมาณนี้
.
1. การเชื่อมต่อจาก ECU มายัง Smart Device นั้น ทำได้โดยมี
Adapter เสียบไว้ที่กล่อง ECU แล้วปล่อยสัญญาณ wifi ออกมาแล้ว
เราก็เชื่อมต่อผ่านช่องทางนี้
.
2. สามารถอ่านโค้ด Error ต่างๆได้ด้วย เช่น ไฟเอ็นจินโชว์ เราเข้าไป
ดูได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จะได้ไปแก้ไขได้ถูก และประหยัดค่าตรวจ
เช็คในจุดนี้ไปได้ต่อครั้งก็ร่วมๆ พันบาทแล้ว
.
3. ลบโค้ด Error ได้ด้วย เมื่ออ่านโค้ดเสร็จก็ต้องเคลียร์ค่าออกเพื่อให้
ไฟที่แสดงที่หน้าปัทม์รถมันดับไป เจ้าโปรแกรมพวกนี้ก็สามารถทำได้
แต่จะได้ทุกโค้ดหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ก็ประหยัดตังค์ค่า
บริการลบโค้ดด้วยเช่นกัน ยังไม่รวมค่าน้ำมันวิ่งไปมาอีกนะ
.
4. สำหรับรถหลายๆรุ่น ที่หน้าปัมท์ไม่ได้ให้มาตรวัดความร้อนมา เรา
สามารถรู้ได้แล้วโดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อมาตรวัดรถซิ่งอีกต่อไป อิอิ
ของซิ่งที่หลายพันยี่ห้อกลางๆ เพราะเขาจะมีเซ็นเซอร์มาให้ต่างหาก
ไม่ได้ดึงข้อมูลจากกล่อง ECU รถ (สำหรับคนที่แต่งรถแบบสายแข็ง
ต้องใช้แบบเซ็นเซอร์แยกจะดีกว่า เพราะอาจมีการปรับแต่งหลายอย่าง
หลอกค่าให้กับกล่อง ECU หลายสิ่ง ดังนั้นการดึงจาก ECU มาแสดง
อาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง เพราะจะเป็นข้อมูลที่ ECU โดนหลอกมา)
.
4. DynoTech (แท่นทดสอบแรงม้า)
.
ภาพบน แท่นไดโน่ ของ DynoTech
.
ใช้สำหรับวัดแรงม้าและแรงบิด แสดงผลเป็นกราฟดูกันง่ายๆ ว่ามีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ตัวเลขจะน้อยกว่าในโบรชัวร์ เพราะว่า
ในโบรชัวร์จะเป็นการวัดแรงม้าที่หน้าเครื่องยนต์เลย ไม่ได้ผ่านชุดเกียร์และ
อุปกรณ์ส่วนควบต่างๆเลย เช่น คอมแอร์, ไดชาร์จ ทำให้แรงม้าที่ใช้นำ
เสนอลูกค้าจะเป็นตัวเลขสูง ดูดี
.
แต่สำหรับแท่นไดโน่ที่วัดที่ล้อนั้นจะเป็นแรงม้าที่แท้จริง ที่เราได้ใช้จริงๆ
เพราะผ่านทุกสิ่งอย่างมาแล้ว เหลือสุดท้ายที่ล้อคือ “ม้าจริง” ที่จะพาเราไป
สู่จุดหมาย ว่าจะเร็ว จะแรง ดังใจฝันแค่ไหน ก็แรงม้าที่ล้อนี่แหละครับ
.
เกียร์ธรรมจะมีแรงม้าที่ล้อมากกว่าเกียร์ออโต้ (ไม่นับรวมเกียร์ออโต้
คลัชแห้ง) เพราะกลไกในระบบมีน้อยกว่าและวัสดุการส่งกำลัง(คลัช) ดีกว่า
ฉะนั้นอย่างตกใจกับตัวเลขแรงม้าของรถบางคันรุ่นเดียวกันแต่แรงม้าที่ล้อ
มากกว่าเราหลายตัว
.
เริ่มทดสอบ STAG Tuning
.
เริ่มจากขึ้นเครื่อง ไดโน่ วัดความแรงกันเป็นตัวเลขออกมาก่อน แล้วค่อย
ไปทดสอบข้างนอกกัน ดูผลการทดสอบในรูปภาพด้านล่างได้เลย
.
ภาพบน ผลการทดสอบ Golf Gti กับ STAG TUNING
.
อธิบายการอ่านกราฟ ผลการทดสอบสักหน่อย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย
.
ตัวเลขด้าน ซ้าย คือ แรงม้า หน่วยเป็น แรงม้า
ตัวเลขด้าน ขวา คือ แรงบิด หน่วยเป็น นิวตันเมตร
ตัวเลขด้าน ล่าง คือ รอบเครื่อง หน่วยเป็น รอบ/นาที
.
เส้นสีแดง คือ ประสิทธิภาพเดิมๆ ก่อนติดกล่อง STAG Tuning
แล้วมันมี 2 เส้น ?
เส้นสีแดง ล่าง คือ แรงม้า
เส้นสีแดง บน คือ แรงบิด
.
เส้นสีเขียว คือ ประสิทธิภาพ หลังติดกล่อง STAG Tuning
มันก็มี 2 เส้น ?
เส้นสีเขียว ล่าง คือ แรงม้า
เส้นสีเขียว บน คือ แรงบิด
.
จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงรอบต้นๆ
ทั้งแรงม้ากับแรงบิดมาเร็วและมากกว่าเดิมชัดเจน ตั้งแต่ 2,500 รอบ/นาที
เมื่อดูจากของเดิมถ้าจะได้แรงบิดเท่านี้ต้องรอกันถึง 3,250 รอบ/นาที เลย
ส่วนแรงม้าก็เพิ่มขึ้นตั้งแต่รอบต้นๆ ต่อเนื่องไปจนแตะ 6,000 รอบ/นาที
.
ภาพบน Golf Gti กับ STAG TUNING ท่อไอเสียคู่ สี่ท่อนะครัช
.
แรงบิดมาเร็วเท่ากับบูสต์มาเร็วและเต็มเร็วกว่าเดิม ซึ่งรถขับสนุกของ
ผมคือ แรงบิดดีๆ มาเร็วๆ รอบต่ำๆ ผลมันคือ เหยียบพุ่ง เหยียบพุ่ง พอแรง
บิดหมดแรงม้าก็สวนขึ้นมา เกิดความมันส์ต่อเนื่อง พร้อมเสียงท่อลากยาวๆ
เสนาะหู พร้อมเข็มวัดรอบที่กวาดไปถึง 5,500 รอบ/นาที ก็ลากต่ออีกหน่อย
แล้วค่อยกระดิกนิ้วที่ Paddle Ship สับเกียร์ต่อไป จะได้ยินเสียงท่อ พรึบ
ในจังหวะนี้ด้วย ผลจากการลดไฟจุดระเบิดลงช่วงจังหวะเปลี่ยนเกียร์
ทำให้ขับกี่ทีก็สนุกเหมือนเดิม
.
ใหนๆเล่ามาซะยาวออกมาจากกราฟซะขนาดนี้ เอาผลเทสจริงไปเลยเถอะ
.
ภาพบน ผลการทดสอบอัตราเร่ง Golf Gti กับ STAG TUNING
.
ลักษณะของการขับทดสอบ คือ เปิดแอร์ปกติ มีคนขับหนัก 73 กก
และน้ำมันครึ่งถัง ตามด้วย แก๊สอีก 1/4 ถัง
ทดสอบโดยเหยียบมิด เกียร์โหมด Sport ลากยาวถึงความเร็ว 100 km/hr
เป็นอันเสร็จพิธี
.
และในแบบหาอัตราเร่งแซงช่วงความเร็ว 80 – 120 คือ ขับเลี้ยงความเร็ว
ที่ 79.9 km/hr แล้วกระทืบคันเร่งมิด โหมด Sport แล้วลากจนทะลุความเร็ว
120 km/hr เป็นอันเสร็จพิธี
.
ทำทั้งหมด 4 รอบแล้วมาหาค่าเฉลี่ย
.
ผลสรุปสำหรับ กล่องซิ่ง STAG Tuning
.
อัตราเร่งจาก 0-100 km/hr นั้น เร็วขึ้นเกือบ 1 วินาที โดยใช้เวลา
เฉลี่ย 8.08 วินาที
อัตราเร่งแซงช่วงความเร็ว 80 – 120 km/hr ใช้เวลาเพียง 5.03 วินาที
ดีขึ้นกว่าเดิมเกือบ 1 วินาที เช่นกัน ถ้าเคยขับควอเตอร์ไมล์จะรู้ดีว่าจะทำ
ให้รถเร็วขึ้น 1 วินาที มันยากขนาดไหน
.
แรงขึ้นประมาณ 7- 10% แต่บูสท์มาเร็วกว่าเดิมเยอะ ทำให้ขับสนุก
ขึ้นไม่ต้องรอรอบ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้อยากแรงแบบสุดขั้ว แต่ขอแรง
ขึ้นทันใจขึ้นอีกหน่อย และไม่ต้องปรับจูนใดๆอีก แค่เสียบเสร็จเล่นได้เลย
ไม่ต้องตัดต่อสายไฟใดๆ เพราะมีปลั๊กตรงรุ่น
.
ข้อดีของ STAG Tuning
.
– ไม่ยุ่งยากต้องปรับจูนหรือปรับแต่งอะไรมากมายแค่เสียบสายเท่านั้น
– เน้นคนที่ต้องการแรงขึ้นแต่ไม่ต้องการจะเรียนรู้เรื่องการปรับจูน
– บูสท์มาเร็วขึ้น เต็มเร็วขึ้น
– แรงม้าและแรงบิดเพิ่มขึ้นแบบเห็นผลในราคาคุ้มค่า
– แอบเห็นฟังก์ชั่นปรับแรงดันน้ำมัน ในโปรแกรมจูน หวังว่าในอนาคตจะ
กลายเป็นข้อดีอีกข้อนึงเพิ่มขึ้นมา
.
ข้อด้อยของ STAG Tuning
.
– ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังเรื่องการปรับแต่งและลูกเล่นพวก Hi Boost,
Low Boost, เฉลี่ยแรงดัน ฯลฯ แบบกล่องซิ่งสายตรง เช่น Greedy, HKS
ไรทำนองนี้
– ใช้กับเครื่องเทอร์โบที่ใช้เวสเกตแบบกลไกไม่ได้
(คิดว่าต่ำกว่า ปี 2000 ไม่น่าจะได้)
– ปรับแรงดันในรางหัวฉีดยังไม่ได้ ถ้าได้แม่งจะแรงมาก และจะกลาย
เป็นกล่องดันรางไปเลย
– ตอนนี้มีปลั๊กตรงรุ่นเฉพาะของ Benz เท่านั้น รุ่นอื่นร้องเพลงรอไปก่อน
แต่ใครอยากติดก็จัดให้ได้แต่โทรคุยกันก่อนนะ ผมไม่เกี่ยวไรด้วย
.
สุดท้าย สำหรับ รีวิว STAG Tuning กับ รถติดแก๊ส.คอม
.
กว่าจะทำ รีวิว STAG Tuning จบ ใช้เวลายาวนานเหลือเกิน ก็พอ
จะบอกได้แล้วว่าเหมาะกับใคร งบประมาณค่าตัวพร้อมติดตั้ง
ณ. 01 ส.ค. 58 ประมาณ 6,500 บาท ถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับกล่อง
อื่นๆในตลาด ระดับความแรงก็ระดับดีขึ้นสนุกขึ้น ไม่ใช่ระดับกระโชก
โฮกฮาก หลังติดเบาะ แต่เรียกว่า แรงแบบแม่บ้านขับได้ พ่อบ้านขับดี
..
อยากรู้ข้อมูลเพิ่มก็โทรไปที่ศูนย์ใหญ่ AC Autogas เกษตร-นวมินทร์
เบอร์โทร 089-444-4947, 02-941-9509
ดูในเว็บก็ http://www.acautogas.com/contact.html
ขอบคุณครับ
.
สงวนลิขสิทธิ์ทั้งบทความโดยผู้เขียน
ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย ทั้งหมด เป็นผลงานของผู้เขียน
ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
บทความเขียนเมื่อ 07 สิงหาคม 2558
.
แชร์ต่อได้แต่โปรดอย่าก๊อปปี้ นะครับ ^^
.
Copyright (c) 2014 Text and Pictures
Use of such content either in part or in whole
without permission is prohibited.
First publish in www.RodTidGas.com
Aug 07th,2015
.
[wpdevart_like_box profile_id=”362012327247695″ connections=”50″ width=”650″ height=”250″ header=”10″ locale=”en_US”]
.




















