มีหลายคนถามว่ารถติดแก๊สควรเปลี่ยนหัวเทียน
1. หัวเทียนยี่ห้ออะไรจะเหมาะกับรถติดแก๊ส
2. รถติดแก๊สใช้หัวเทียนเบอร์ใหน
3. เปลี่ยนหัวเทียนทุกๆ กี่กิโลเมตรสำหรับรถติดแก๊ส
4. จำเป็นต้องเดินสายกราวนด์เพิ่มเติมหรือเปล่ากรณีรถเก่าหรือวางเครื่องมาเพื่อให้
ระบบไฟเดินได้ดี
คำตอบ
เนื่องจากรถยนต์ติดแก๊ส ในส่วนของเครื่องยนต์โดยเฉพาะห้องเผาไหม้จะมีอุณหภูมิ
ที่สูงกว่าน้ำมันทำให้หัวเทียนซึ่งอยู่ในห้องเผาไหม้นั้น ได้รับผลกระทบไปเต็มๆ
เป็นอุปกรณ์ที่ผมคิดว่าสึกหรอได้เร็วกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด เลยมีคำถามเกี่ยวกับ
หัวเทียนให้ได้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ตามที่พูดถึงข้างบน ส่วนใหญ่จะมีข้อสงสัยกัน
ตามนั้น ดังนั้นผมก็รวบรวมข้อมูลมาไขข้อข้องใจ ด้านล่างนี้แล้วครับ
.
1. หัวเทียนยี่ห้อเดิมเหมาะกับรถยนต์เราที่สุดแล้ว แต่ใครอยากจะอัพเกรดเป็น
หัวเทียนซิ่ง ของแต่ง ก็ได้ตามอัธยาศัยและกำลังทรัพย์
ผลลัพธ์สำหรับคนทั่วๆไป = ไม่ต่าง (ต่างอย่างเดียวที่ชัดเจนเลยคือ ราคา
ซึ่งแพงกว่าเป็นเท่าตัว หัวละ 100 เป็นหัวละ 300 เป็นต้น)
.
2. เรื่องเบอร์หัวเทียนก็สามารถใช้เบอร์เดิมได้ครับไม่จำเป็นต้องใช้เบอร์หัวเทียน
ที่สูงขึ้น (เบอร์เลขมากคือเย็นลง)
.
3. ระยะเวลาการเปลี่ยนหัวเทียนของรถติดแก๊สให้เปลี่ยนเร็วกว่าปกติครับ
ถ้าตามคู่มือให้เปลี่ยนทุก 40,000 พอมาติดแก๊สก็สัก 20,000 เปลี่ยนก็ดีครับ หัวเทียน
สำหรับรถติดแก๊สนั้น สภาพมันสึกหรอเร็วกว่ารถใช้น้ำมันอยู่เยอะพอสมควร ไม่เชื่อลอง
รื้อมาเทียบกันดูได้เลยสภาพต่างกันเยอะ ออ อีกอย่าง ถ้าจะเปลี่ยนหัวเทียนก็ต้องเปลี่ยนพร้อมกัน
หมดทุกหัวนะครับ
.
4. เดินกราวน์สำหรับรถติดแก๊สนั้น ไม่จำเป็น แต่สำหรับรถเก่า หรือ รถที่วางเครื่อง
มาใหม่ ถ้าเป็นกลุ่มนี้การเดินกราวน์จะเห็นผลอยู่เหมือนกัน เนื่องจากสายกราวน์อาจจะ
เก่ามีสิ่งสกปรกมาเกาะเยอะ ไฟเดินไม่ดี หรือ ในกรณีรถวางเครื่อง บางจุดอาจจะเดินสาย
ไฟไม่ครบด้วยซ้ำ (พวกช่างมัน) รถกลุ่มนี้เดินกราวน์ใหม่ บางคันงี้วิ่งกว่าเดิมเยอะเชียวครับ
.
สรุป
หัวเทียนมีผลโดยตรงกับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์
ถ้าหัวเทียนมีปัญหาจุดระเบิดไม่ดี
ผลคือ เครื่องยนต์กระตุก เดินไม่เรียบ
ดังนั้นไม่ควรละเลยที่จะตรวจเช็คตามระยะที่กำหนด
.
ควรเปลี่ยนหัวเทียนตามสเป็ค และ ระยะของคู่มือรถเป็นอย่างน้อย
ถ้าให้ดีเปลี่ยนเร็วกว่านั้นจะดีมาก
.
แถมอีกหน่อย อย่าคิดประหยัดค่าหัวเทียนโดยการถอดออกมาแล้ว
ใช้วิธีขัดโดยกระดาษทราย เพราะส่วนใหญ่ขัดแล้วงานเข้าเกือบทุกคัน
ว่าง่ายๆคือขัดแล้วแย่กว่าเดิม (เพราะขัดไประยะเขี้ยวหายไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้
ขัดแล้วระยะเขี้ยวเท่ากันทุกตัวหรือไม่ก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นช่างคนไหนใช้เครื่อง
มือวัดระยะเลย กะเอาทั้งนั้น) สุดท้ายมีปัญหา
ต้องขับรถ กลับเข้าอู่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใหม่อยู่ดี เสียเวลาสองต่อ ไม่ต้องทำงาน
กันพอดี
.
