
ถือว่าเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญ สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ใหม่ ได้รับการปรับเปลี่ยนขุมกำลังใหม่ล่าสุด เป้าหมายก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในด้านการขับขี่และเพื่อลดอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานตามหลักการของ บีเอ็มดับเบิลยู เอฟฟิเชียนท์ ไดนามิคส์ (BMW EfficientDynamics) ด้วยเครื่องยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์วใหม่
ทั้งในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ทั้งในด้านอัตราเร่งและแรงบิดที่ให้การตอบสนองดียิ่งขึ้น แต่ลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา ที่มีส่วนประกอบของอะลูมิเนียมและเหล็กประสมพิเศษอื่นๆ
นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 พร้อมเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ ใหม่ มาพร้อมกับตัวเลือกสำหรับการขับขี่แบบประหยัดพลังงานด้วยโหมด อีโค โปร (ECO PRO) เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้ พร้อมด้วยระบบการทำงานของเครื่องยนต์แบบ ออโต สตาร์ต/สต๊อป (Auto Start/Stop) เพื่อควบคุมการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในขณะที่รถยนต์จอดนิ่งอยู่กับที่
เครื่องยนต์ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ นำเอาหลักการของเครื่องยนต์ในแบบ 6 สูบแถวเรียง มาพัฒนาใช้กับเครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์วใหม่นี้ โดยนำเอาเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมหัวฉีดเทคโนโลยีใหม่ ไฮ พรีซิชั่น อินเจ็กชั่น (high precision injection) มาผนวกกับ ดับเบิล-วานอส (Double-VANOS) พร้อมวาล์วทรอนิก ( VALVETRONIC) และ ทวิน สกรอลล์ เทอร์โบ (twin-scroll turbo)
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 520i, 528i, 528i สปอร์ต และ 520i ทัวริ่ง สปอร์ต และมากำหนดนิยามของคำว่า บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ โดยมีหลักการทำงานของเทอร์โบชาร์จหนึ่งตัว เชื่อมต่อกับท่อร่วมไอเสียสองพอร์ต ส่งผลให้สามารถผลิตแรงดันได้อย่างรวดเร็วกว่าพอร์ตเดียว และมีผลให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ทันใจยิ่งขึ้น ช่วยในเรื่องประหยัดพื้นที่ในห้องเครื่องยนต์ ส่งผลให้มีน้ำหนักเบาเพื่อช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 520d, 520d ทัวริ่ง สปอร์ต และ 525d นั้น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทวินพาวเวอร์เทอร์โบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดีเซลคอมมอนเรลเจอเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผัน โดยบีเอ็มดับเบิลยู 525d นั้น จะใช้เทอร์โบชาร์จขนาดต่างกันสองตัว และทำงานในจังหวะที่ต่างกันแต่ว่าต่อเนื่องกัน ส่งผลให้อัตราส่วนของกำลังต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดียิ่งขึ้น ยังช่วยสร้างแรงบิดในรอบต่ำได้ดี
ระบบการทำงานของเครื่องยนต์แบบ ออโต สตาร์ต/สต๊อป พร้อมโหมด ECO PRO
ระบบควบคุมการขับขี่แบบเลือกโหมดได้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถกำหนดการตอบสนองในด้านอัตราเร่ง, การตอบสนองของเครื่องยนต์, น้ำหนักของพวงมาลัย, การทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (DSC) และอัตราการเปลี่ยนเกียร์ได้โดยเลือกโหมด คอมฟอร์ต (Comfort), สปอร์ต (Sport), สปอร์ต พลัส (Sport+) และใหม่ล่าสุดด้วยโหมด ECO PRO แบบประหยัดเชื้อเพลิง
ผู้ขับขี่จะสามารถทราบข้อมูลของระยะทางที่คำนวณได้เพิ่มมากขึ้นเมื่อใช้โหมด ECO PRO นี้จากหน้าจอแสดงผล รวมถึงการแสดงผลในด้านอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงของการขับขี่ในโหมดต่างๆ ด้วยกราฟิกและข้อแนะนำในการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิง
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 มาพร้อมกับ BMW Apps (แอพส์) เชื่อมต่อโลกแห่งการสื่อสารออนไลน์ได้ทุกที่ จะทำงานโดยรับสัญญาณผ่าน GPRS / 3G ของไอโฟน 4 เพื่อดึงข้อมูลของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านขึ้นหน้าจอแสดงผล นอกจากนี้ ยังสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ผ่าน RSS Feeds (ฟีดส์) และ เว็บ เรดิโอ เพื่อการรับฟังเพลงและข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลก
นอกจากนี้แล้ว การเชื่อมต่อผ่านทางพอร์ต USB จะสามารถดึงข้อมูลของรถยนต์บางส่วนมาแสดงผลอยู่บนไอโฟน 4 ได้ เช่น ระดับน้ำมันที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบัน, ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ด้วยระดับน้ำมันนี้, ระยะทางที่วิ่งมาแล้วทั้งหมด รวมถึงวันและเวลาล่าสุดที่อัพเดตข้อมูล
สำหรับ รุ่น 520i ราคา 3,599,000 บาท เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบ
บีเอ็มฯเคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันด้วยอัตราเฉลี่ย 15.6 กม./ลิตร
รุ่น 528i ราคา 4,099,000 บาท และ 528i Sport ราคา 4,299,000 บาท เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,800 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร
รุ่น 520d ราคา 3,699,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 21.3 กม./ลิตร
รุ่น 525d ราคา 4,249,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 20.8 กม./ลิตร
รุ่น 520i ทัวริ่ง สปอร์ต ราคา 4,499,000 บาท เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 1,250-4,500 รอบ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 14.9 กม./ลิตร
รุ่น 520d ทัวริ่ง สปอร์ต ราคา 4,999,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร 184 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,750 รอบ
ประหยัดน้ำมันด้วยอัตราเฉลี่ย 20.5 กม./ลิตร
อย่างไรก็ตาม เมื่อบีเอ็มฯแบ่งเป็นรุ่น 520 และ 528 ใหม่แล้ว รุ่น 523 เดิมก็จะเลิกการผลิตไป เพราะได้รุ่นใหม่ ไฉไลกว่าเดิม เครื่องเล็กลง ประสิทธิภาพดีขึ้น แถมประหยัดกว่าเดิมอีกต่างหาก นับเป็นสูตรสำเร็จของนวัตกรรมยานยนต์ในยุคนี้
ขอบคุณ
มติชนออนไลน์
ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 2 มิ.ย.2555