โดยปรกติตามหลักการจะให้มีการฉีดน้ำมันร่วมประมาณ 5 % ร่วมกับแก๊ส LPG
ซึ่งตรงจุดนี้กล่อง ECU แก๊สจะเป็นผู้จัดการให้เรา โดยไปทำหน้าที่ลดแรงดันของ
ปั๊มเบนซินแรงดันสูงของ Golf Gti เพื่อให้การจ่ายน้ำมันลดลงครับ และแน่นอน
จะทำแบบนี้ได้โดยไม่ให้ผิดพลาดนั้น กล่อง ECU แก๊สก็จะต้องคุยกับกล่อง ECU
ของเจ้า Golf Gti ผ่านทาง OBD เท่านั้นจูนเองอาจจะทำ Chip หาย ได้ ^^’
ซึ่งจะเหมือนกันกับ STAG DIESEL ตัวใหม่ก็อาศัยหลักการนี้เหมือนกัน

เริ่มทดสอบอัตราสิ้นเปลือง Golf Gti ติดแก๊สแบบฉีดร่วม
ใช้หลักการเดียวกับมือรีวิวไอดอลผม คุณ jimmy ที่ใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในการ
ทดสอบ เพื่อที่หลายๆคนจะได้นำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับรถอื่นๆที่เขาทดสอบกันได้ง่ายๆครับ
เกณฑ์เดียวกันดูง่ายดี โดยใช้เส้นทาง เริ่มจากปั๊มแก๊ส SCG ฝั่งขาออกแล้วแวะปั๊มคาลเท็กเพื่อ
เติมน้ำมันจนเต็ม แล้วขึ้นวงแหวนจากลำลูกกามุ่งหน้าวังน้อย วิ่งไปจนสุดทางแล้วกลับรถใต้
สะพานที่สุดวงแหวนพอดีแล้ววิ่งกลับมาที่ปั๊มแก๊ส SCG และเติมน้ำมันที่ปั๊มคาลเทกซ์อีกครั้งหนึ่ง
รวมระยะทางประมาณ 68.5 กิโลเมตร
ผลการทดสอบ Golf Gti ติดแก๊ส เป็นดังนี้

ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองของ Golf Gti ติดแก๊ส
แบบเบนซินฉีดร่วมออกมาแล้ว
วิ่งทางไกลคือ 2.36 บาทต่อกิโลเมตร หรือ 10.15 กิโลเมตร/ลิตร (แบบนับลิตร
ทั้งแก๊สและน้ำมันรวมกัน)ด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชม บนหน้าปัทม์ รุ่นนี้ไม่มีครุส
คอนโทรล ก็พยายามให้มันนิ่งที่สุดแล้ว วิ่งรถตอน 11:00 น.
วิ่งในเมืองคือ 3.57 บาทต่อกิโลเมตร หรือ 6.62 กิโลเมตร/ลิตร (แบบนับลิตร
ทั้งแก๊สและน้ำมันรวมกัน)
*เส้นทางที่ผมใช้วิ่งก็ สายไหม-วัขรพล-เลียบด่วน-โพธิ์แก้ว แล้วกลับมายังสายไหม
ช่วงเวลาประมาณ 16:30 น.วันธรรมดา รถเยอะแต่ไม่ถึงกับหยุดสนิท เร่งแซงตามปรกติ
ตัวเลขออกมาก็กำลังดีแต่ออกจะโหดเหมือนกันสำหรับเจ้า Golf Gti คันนี้ รถดูคันเล็กๆ
ไม่น่าจะกินเยอะขนาดนี้ ยิ่งอัตราตัวเลขบาทต่อกิโลแล้วจะหนาว แต่อย่าลืมว่าเบนซิลที่
ฉีดร่วม มันคือเบนซิล 95 ที่ราคาตกลิตรละ 47.85 ณ.วันที่ทดสอบ
อัตราสิ้นเปลืองบาทต่อกิโลเมตรเลยสูงครับ
ผลการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองของ Golf Gti ติดแก๊สแบบเบนซิล 95 มาแล้ว
- วิ่งทางไกลผลที่ได้คือ 3.39 บาท/กิโลเมตร หรือ 14.09 กิโลเมตร/ลิตร (วิ่งน้ำมันอย่างเดียว)
- วิงในเมืองผลที่ได้คือ 6.03 บาท/กิโลเมตร หรือ 7.94 กิโลเมตร/ลิตร (วิ่งน้ำมันอย่างเดียว)
ตัวเลขที่ได้ถือว่าทางไกลประหยัดเลยนะนี่ เครื่อง 2.0 ได้ตั้ง 14 กิโลเมตร/ลิตรแหน่ะ ในเมืองก็ได้อยู่นะ 7.9 กม/ลิตร
บทสรุปเรื่องความประหยัดสำหรับ Golf Gti ติดแก๊สแบบเบนซินฉีดร่วม
ส่วนต่างที่ประหยัดได้จากการใช้แก๊สแบบเบนซินฉีดร่วมใน Golf Gti 2.0 FSI Turbo คันนี้
- วิ่งทางไกล มีส่วนต่างที่ประหยัดไปคือ 1.04 บาท/กิโลเมตร ประหยัดไปประมาณ 30 กว่าเปอร์เซนต์
- วิ่งในเมือง มีส่วนต่างที่ประหยัดไปคือ 2.46 บาท/กิโลเมตร ประหยัดไปประมาณ 40 กว่าเปอร์เซนต์
ในเมืองรถติดๆประหยัดได้เยอะกว่าทางไกล อันนี้คงเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการติดสินใจได้แล้วนะครับว่าคุ้มป่าว
จริงๆถ้าวิ่งในเมืองเยอะๆก็ประหยัดไปได้เยอะ แต่ถ้าส่วนใหญ่วิ่งทางไกลก็ตัดสินใจกันเอาเองนะครับ
ปล. Golf Gti คันนี้เป็นล้อขนาด 225/30 R19 กับล้อ BBS
วิ่งมาแล้วประมาณ 6x,xxx กม
มาต่อแล้ว สำหรับ Golf Gti ติดแก๊สแบบฉีดร่วม
ครั้งนี้เป็นข้อมูลทดสอบการขับขี่เมื่อใช้ระบบเบนซินฉีดร่วม
เปรียบเทียบระหว่างแก๊สฉีดร่วมกับเบนซินและน้ำมันเบนซินอย่างเดียวในเรื่องของอัตราเร่ง
ว่าแตกต่างกันแค่ใหนยังไง จะใช้วิธีการจับเวลาและทดสอบซ้ำกันจำนวน 4 รอบ
ต่อ หนึ่งเงื่อนไขการทดสอบ
อุปกรณ์ที่ใช้ทำการวัดผล
กล่อง P-Box RaceLogic หรือชื่อจริงคือ Performance Box เป็นอุปกรณ์ที่ในการทดสอบรถยนต์ที่นิตยสารรถยนต์ชั้นนำต่างๆ
ให้การยอมรับและในสนามแข่งขันต่างๆด้วย ติดในรถแต่ละคันเพื่อจับเวลา เอาลิงค์ไปดูกันเองละกันครับ
มันเยอะ Performance Box
คุณสมบัติคร่าวๆ ใช้สัญญาณดาวเทียม GPS ทั้งหมด 8 ดวงในการคำนวณพิกัด ซึ่งคลาดเคลื่อนต่ำมาก ก็แน่หละ
ถ้าพวกรถแข่งเอาไปใช้ได้นี่ความคลาดเคลื่อนต่ำมาก
ใช้วัดความเร็ว อัตราเร่ง ควอเตอร์ไมล์ แรงจี ระยะเบรค และกำลังของเครื่องยนต์ และบันทึกข้อมูลลงใน SD Card
ได้ในตัว สรุป คือ แม่งทำได้เกือบหมดอ่ะ
แต่ต้องอาศัยความคุ้นเคยกันสักหน่อย และถนนโล่งๆเพื่อทดสอบ
ที่ผมใช้เพราะทดสอบคนเดียว ไม่มีใครมาช่วยกดนาฬิกาจับเวลาให้ก็มันบันทึกข้อมูลให้ด้วย
ทำเองจะอันตรายมากมาย

อธิบายอุปกรณ์กันสักนิด
- ตัวรับสัญญาณดาวเทียม แปะไว้นอกรถเป็นแม่เหล็กแน่นมาก จะทำให้การรับสัญญาณเป็นไปได้แบบรวดเร็วและ
แม่นยำมากสุดๆ - ตัวกล่อง Performance Box หรือ P-Box ละครับ
- ที่เสียบไฟกับที่จุดบุหรี่ในรถ

ขอเกริ่นก่อนที่จะเอาผลการทดสอบมาลงก็แล้วกันครับ
…รถ Golf Gti คันนี้มีจุดเด่นที่ผมคิดไว้คือ เกียร์ 6 จังหวะแบบครัชคู่ (Dual Clutch) DSG อัตราทดที่ค่อนข้างชิด ทำให้
เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วและรอบเครื่องอยู่ในช่วงเพาเวอร์แบนด์ทั้งหมด ทำให้มันเร่งได้แบบต่อเนื่อง พร้อมเทอร์โบมันเลย
ขับสนุก กดปุ๊บมาแบบหลังติดเบาะ ฉะนั้นสำหรับคันนี้้คนไม่คุ้นเคยเครื่องยนต์เทอร์โบขอให้ระวัง(พูดจริงๆ สำหรับ
คนที่ไม่เคยใช้เครื่องเทอร์โบแบบสไตล์สปอร์ตมาเลย และคนที่ขับดีเซลเทอร์โบผมก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เพราะลักษณะ
การเร่งต่างกันมากยกเว้นดีเซลดันรางนะครับ^^นั่นขาซิ่งอยู่แล้ว) เพราะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าด้วย เรื่องการควบคุม
ผมถือว่าอันตรายกว่าขับหลังเพราะเมื่อใดที่ล้อหน้ามันฟรีทิ้งนั่นหมายถึงการยึดเกาะที่ไม่มีเหลือแล้วดังนั้นการควบคุม
ทิศทางจะทำได้ยากเพราะเป็นล้อที่ต้องบังคับเลี้ยวด้วย
…ตอนที่ได้มาใช้ทดสอบวันแรกๆ นั้นพบว่าช่วงออกตัวเกียร์ 1 ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ อาการเหมือนเราปล่อยคลัชไม่เนียน
แต่ถามไปมาแล้วบอกว่าปรกติ อาการเหมือน GT-R R35 เลย (แอบเซ็ง มันน่าจะเนียนกว่านี้) คือปรกติของมัน ส่วนการใช้
งานนั้นถ้าไม่เหยียบคันเร่งเกินครึ่ง หรือไม่เกิน 2,500 รอบขึ้นไป อยากจะบอกว่ามันคือ รถบ้าน รถแม่บ้าน เลย ไปแบบ
เรื่อยๆพุ่งประมาณแจ๊ส วีออส ประมาณนั้นแล้วก็เปลี่ยนเกียร์ไปแบบชิวๆ ไม่ส่อแววเป็นรถซิ่งเลยจริงๆ ห้องโดยสารก็ค่อน
ข้างเงียบรอบเดินเบามีเสียงดังประมาณ 65 เดซิเบลเอง ประมาณเสียงคนคุยกันไม่ดังอ่ะ
ผลสรุปการทดสอบรถ Golf Gti ติดแก๊สกับเครื่องเบนซินแบบฉีดตรง
โดยเบนซินฉีดร่วมกับแก๊ส
ผมแบ่งการทดสอบเป็น 2 โหมด เลือกโดยเลื่อนตำแหน่งเกียร์
- โหมด Normal ทดสอบทั้งแบบฉีดร่วมและเบนซินอย่างเดียว
- โหมด Sport ทดสอบทั้งแบบฉีดร่วมและเบนซินอย่างเดียว
เชิญทัศนากันได้ตามอัธยาศัยครับ
รูปด้านล่างเป็นตารางผลการทดสอบอัตราเร่งต่างๆของเครื่องเบนซินฉีดตรงติดแก๊ส โดยใช้หลักการฉีดร่วมระหว่างเบนซิน
และแก๊ส

จากผลการทดสอบ เห็นว่าการออกตัว 0-100 นั้น โหมด Normal ระหว่างน้ำมันและแบบเบนซินฉีดร่วมกับแก๊สนั้นต่าง
กันเพียง 0.43 วินาทีเท่านั้น ซึ่งแบบเบนซินฉีดร่วมกับแก๊สทำเวลาได้ช้ากว่าเล็กน้อย น้อยจนจะเรียกได้ว่าไม่มีนัยในการ
ตัดสินใจเลย หากไม่ได้ขับในสนาม และระหว่าง Normal และ Sport นั้น เวลาเรียกว่าไม่ต่างกันก็ได้อาจจะเป็นเพราะ
ออกตัวยังไงก็ต้องเหยียบมิดอยู่แล้ว เลยไม่เห็นความต่างเท่าไหร่
ช่วงที่กดคันเร่งออกตัวมีอาการ slip เล็กน้อย ทำให้เสียเวลาไปหน่อย ซึ่งตรงนี้คาดว่าน่าจะมาจากยางที่มันเก่าแระ ใกล้ครบ
กำหนดเปลี่ยนกันแล้วก็เป็นได้ พอยางเริ่มเกาะติดปุ๊บหลังก็ติดเบาะในทันทีแรงดึงมีอย่างต่อเนื่อง จนวัดรอบกวาดไปจน
ถึงเรดไลน์แล้วจึงเปลี่ยนเกียร์ต่อไป ตอนจังหวะเปลี่ยนเกียร์นั้นถ้าเราเหยียบคันเร่งจมดินอยู่ เจ้ากล่อง ECU จะมีการลดไฟ
จุดระเบิดเพื่อลดความแรงลงเล็กน้อยในจังหวะเปลี่ยนเกียร์เพื่อลดแรงกระชาก ในการเปลี่ยนเกียร์และไม่ให้เกียร์ทำงานหนัก
จนเกินไป แต่ที่ชอบคือจังหวะเปลี่ยนเกียร์นี่แหละจะมีเสียง พรึบ ที่ท่อไอเสีย ทุกครั้งเลย ผลจากเทคนิคการลดรอบนี่ละมั้ง
^^ เร้าใจไปอีกแบบ ออ และได้มีโอกาสเห็นรุ่นเดียวกันวิ่งอยู่เลยเห็นว่าจังหวะเร่ง
แล้วเปลี่ยนเกียร์ที่เสียงดับ พรึ่บๆ นั้น แอบมีควันดำออกจากท่อไอเสียในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ด้วย และเกียร์ทำงานได้ต่อเนื่อง
ดีมากๆ ด้วยอัตราที่ทดชิด ความรู้สึกผมมันบอกอย่างนั้นอ่ะ รอบจะป้วนเปี้ยนอยู่แล้ว 4,500-6,500 รอบตลอด แป๊บเดียว
มาตรวัดความเร็วก็ไปที่ 180 กม/ชม แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะไปสุดได้ที่ 250 กม/ชม ตามที่หลายๆที่ได้ทดสอบไว้
แต่ผมขอละไว้แล้วกันเรื่องเทส Top Speed นะครับ ชีวิตจริงคงไม่ค่อยได้ขับที่ความเร็วนั้นเท่าไร
รูปด้านล่าง คันเกียร์ของ Golf Gti จะเห็นว่าแป้นเกียร์มันลอกครับ

…อีกอย่างนึงคือปรกติตามเสป็คแล้วแรงบิดสูงสุดจะมาตั้งแต่ 1,700 ยาวไปจน 5,300 รอบนั้น ถ้าไม่ได้เหยียบมิด
ละก็ช่วง 1,700-2,500 รอบ/นาทีนั้น มันคือรถบ้าน ครับ แต่เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่คือกดคันเร่งลึกสักหน่อย
มันก็กลายร่างเป็นรถปีศาจแล้ว ^^ ฉะนั้น พ่อบ้านระวังให้ดีครับจะโดนรถแม่บ้านสวนเอาได้ถ้าประเมิน Golf Gti
ว่าเป็นแค่รถเล็กๆบ้านๆ จะไปมีพิษสงอ่ะไร เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
รูปด้านล่างเป็นสวิทซ์แก๊สของชุดเบนซินฉีดตรงรุ่นเก่า ถ้าเป็นชุดใหม่หน้าตาจะไฉไลกว่านี้เยอะ

…ส่วนผลการทดสอบเร่งแซงช่วงความเร็ว 80-120 นั้น โหมด Sport ทำเวลาดีกว่าชัดเจนและระหว่างเบนซินกับ
เบนซินฉีดร่วมแก๊สนั้นเวลาพอๆกัน ดีกว่าเล็กน้อย(เล็กน้อยจริงๆ) ส่วนโหมด Normal นั้นแบบเบนซินฉีดร่วมแก๊ส
ทำได้ดีกว่าชัดเจนทีเดียวนี่ถ้าไปโมกล่องนะ สบายเลย 300 ม้า มาชิวๆ ฉีดร่วมกับแก๊ส ได้เปรียบเรื่องนี้อยู่แล้ว
สาวกเครื่องมีหอยคงรู้กันดีอยู่แล้ว
…ต่อมาเรื่องเบรค เบรคเบาเท้ามากและจับดีเกิน เบรคหัวทิ่มได้ตลอด ผมขับอยู่ 1 อาทิตย์จนวันคืนรถก็ยังเบรค
ไม่นุ่มนวลอยู่เลยเว้นแต่จะใส่รองเท้าพื้นบางๆ จะได้สัมผัสกับแป้นเบรคได้ชัดๆอันนั้นก็จะคุมเบรคได้นุ่มนวล
แต่พอไปกดคันเร่งที่แข็งกว่าทำให้เท้าผมไม่ค่อยจะสบายเท่าไร เลยขอสบายเท้าแต่หัวทิ่มไปก่อนละกัน
ขออธิบายเรื่องเบรคหัวทิ่มแบบนี้ละกันอารมณ์เบรคจะเป็นเหมือนหม้อลมเบรคใหญ่ๆ ปั๊มแม่เบรคใหญ่ๆ
แต่ตัวคาลิปเปอร์เล็ก ทำให้เวลากดเบรคแล้วแรงดันน้ำมันเบรคมันพุ่งสูงเลย เบรคก็จับสนิททันทึ
ผลคือหัวทิ่ม 555
สรุปว่า Golf Gti เครื่องเบนซินฉีดตรงติดแก๊สแล้วแรงไม่ตก
อัตราเร่งเหมือนเดิมแต่ประหยัดกว่าเดิม
กดได้สบายใจไร้กังวลเรื่องค่าน้ำมัน
ส่วนต่อจากนี้ก็เป็นรีวิวทั่วๆไปของ Golf Gti คันนี้ครับ