รถติดแก๊สกับการตัดปั๊มติ๊กหรือจะไม่ตัดปั๊มติ๊ก
อย่างใหนดีกว่ากัน
หลายคนคงเคยได้ยินว่าตัดติ๊กไม่ตัดติ๊ก อย่างแรกคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถมากนักต้องสงสัยก่อนละ
ว่าไอ้ ติ๊ก เนี่ย มันเป็นใคร เป็นอะไร อยู่ตรงใหน ทำหน้าที่อะไร แล้วจะตัดจะต่อมันไปทำไมวะ ทำไมต้องไปยุ่งกะมันด้วย
5555 ครับเดี๋ยวเราจะอธิบายให้ฟังครับ
ปั๊มติ๊ก
จริงๆแล้วมันคือปั๊มที่ทำหน้าที่ดูดน้ำมันจากถังน้ำมันแล้วส่งไปตามต่อน้ำมันสู่รางหัวฉีดรถยนต์เพื่อทำการจ่ายน้ำมันต่อไป
ปั๊มติ๊กมี 2 แบบครับ เท่าที่ผมรู้นะ
- แบบตัวปั๊มแช่อยู่ในถังน้ำมัน
- แบบตัวปั๊มอยู่นอกถังแล้วอาศัยท่อน้ำมันต่อออกมาจากถังแล้วเข้ามาที่ปั๊มเพื่อให้มีแรงดูดและส่งต่อไปครับ
แล้วทำไมต้องเรียกปั๊มว่า ติ๊ก
มันเป็นภาษาช่างครับ ชื่อจริงมันคือปั๊มเบนซิลครับ แต่ที่เรียกว่าปั๊มติ๊กนั้นมาจากเสียงการทำงานของมันครับ
เวลามันถูกสั่งให้ทำงานมันจะมีเสียง ติ๊ก ดังออกมาครับ ส่วนมากจะเป็นปั๊มรุ่นเก่าๆครับ เก่ามากๆ หมายถึง
ปั๊มสมัยก่อนครับการทำงานมันจะมีเสียงดังให้ได้ยินแบบนั้นครับ ช่างเลยเรียกมันว่าปั๊มติ๊ก
รถรุ่นใหม่ๆ ปั๊มติ๊กที่ว่านี่ แทบจะไม่ได้ยินเสียงกันแล้วครับแต่มันกลายเป็นชื่อสามัญไปแล้ว อิอิ
ปั๊มติ๊กน้ำมันเบนซิลจะมีแรงดันการจ่ายน้ำมันไปยังรางหัวฉีดหลายระดับครับแตกต่างกันตาม
ภาระของเครื่องยนต์ในขณะนั้นซึ่ง ECU รถจะเป็นผู้ควบคุมแรงดันตรงนี้ครับ และแตกต่างกันไป
ตามแต่ละยี่ห้อรถและรุ่นครับ
ผมจะยกตัวอย่างการทำงานของปั๊มติ๊กแบบคร่าวๆดังนี้ครับ
- เครื่องยนต์เดินเบาอยู่ (สตาร์ทไว้เฉยๆ) ปั๊มติ๊กก็สูบน้ำมันมาและส่งไปยังรางหัวฉีดน้ำมัน
แล้วเรกกูเรเตอร์จะเป็นตัวควบคุมแรงดันสมมุติว่า 1 บาร์ - เร่งเครื่องออกตัวแบบธรรมดาเรกกูเรเตอร์ก็จะเพิ่มแรงดันไปเป็น 1.5 บาร์ (สมมุตินะครับ)
- ขับเร็วแล้วรอบเริ่มสูง 2-3 พันรอบ ปั๊มติ๊กยังทำหน้าที่ส่งน้ำมันให้ เรกกูเรเตอร์เพื่อเพิ่มแรงดันไปอีกเป็น 3 บาร์ (สมมุติอีกเช่นกัน)
- เร่งแซง ปั๊มติ๊กก็ยังทำงานส่งน้ำมันให้เรกกูเรเตอร์เพื่อเพิ่มแรงดัน อาจจะไปที่ 4-5 บาร์ได้ อาจจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ (แล้วก็สมมุติค่าอีกเช่นกัน)
เมื่อรู้จักปั๊มติ๊กกันไปแล้ว รถติดแก๊สอย่างเราก็มีคำถามคลาสสิค ถามกันมาตั้งแต่สมัยมิกเซอร์เฟื่องฟูจนยุคหัวฉีดเลยทีเดียว
คือจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องตัดการทำงานของปั๊มติ๊กออกไป
เรื่องนี้จากประสบการณ์อันน้อยนิดของผม มันจะต้องเป็นกรณีๆไปครับ ว่าง่ายๆคือมีปัญหาแล้วค่อยหาทางแก้ครับ
-
ตัดปั๊มติ๊กน้ำมัน แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- ปั๊มติ๊กทำงานน้อยลงในขณะใช้แก๊สปั๊มติ๊กก็ไม่ทำงาน อายุมันอาจจะยืนขึ้น(ก็ไม่ค่อยได้ใช้นี่หว่า)
รถบางรุ่นอาจจะไฟเช็คเอ็นจินโชว์ส่วนใหญ่จะเป็นรถรุ่นใหม่ๆซะมากกว่า ทางแก้ก็ใส่กล่องหลอกมันซะก็จบ - แรงดันน้ำมันในท่อน้ำมันก็ไม่สูงแรงดันจะอยู่ประมาณรอบเดินเบาหรือรอบที่เปลี่ยนเป็นแก๊สนั่นแหละ
- ขับแก๊สอยู่แล้วสลับไปใช้น้ำมันอาจจะสะดุดบ้างเพราะต้องรอปั๊มติ๊กน้ำมันทำงานซะก่อนเพื่อสร้างแรง
ดันหรือปั๊มน้ำมันส่งมาที่หัวฉีดน้ำมันข้อนี้ถ้ากล่องแก๊สฉลาดๆก็จะสามารถสั่งได้ว่าให้ฉีดแก๊สต่ออีกแป๊บนึง
(หน่วยเป็น ms ครับ) ทำให้ไม่กระตุก - ท่อน้ำมันอาจจะแห้งในรถบางรุ่นน้ำมันอาจจะไหลกลับไปที่ถังน้ำมันจนหมดท่อทางเดินน้ำมันเลย นานๆ
ไปท่อจะแห้งแข็งครับ - หากไม่มีน้ำมันมาที่หัวฉีดน้ำมันเลย ผลกระทบอีกอย่างนึงคือหัวฉีดน้ำมันจะร้อนสะสมครับ เนื่องจากไม่มี
น้ำมันเบนซิลมานำความร้อนระบายออกไปครับ อาจจะ (ผมใช้คำว่า อาจจะ นะครับ เพราะไม่มีผลทดลองที่ชัดเจน)
ทำให้หัวฉีดน้ำมันมีอายุการใช้งานสั้นลง
-
ไม่ตัดปั๊มติ๊ก แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- ปั๊มติ๊กทำงานตลอดเหมือนใช้น้ำมัน ดังนั้นเรื่องอายุการใช้งานก็คงจะเท่าเดิม
- แรงดันในท่อน้ำมันเบนซิลจะสูง แต่จะสูงมากหรือไม่ขึ้นอยู่กับรถแต่ละรุ่น และรถแต่ละรุ่นมีระดับการเตือนที่
ไม่เหมือนกันบางคันแรงดันขึ้นสูงก็ไม่มีไฟเตือน บางคันสูงผิดปรกติหน่อยก็โชว์ไฟเอ็นจินกันแล้ว ก็ต้องใส่
กล่องหลอกแรงดันแก้ไปบางคันสูงขึ้นมานิดเดียวก็ไม่มีปัญหาอะไร - จากข้อ 2 หากรถมีระบบท่อวนน้ำมันกลับก็จะไม่มีปัญหาเรื่องแรงดันครับ
- สลับจากการใช้แก๊สมาเป็นน้ำมันจะราบเรียบไม่สะดุดเนื่องจากมีน้ำมันมารอที่หัวฉีดแล้ว
- ในกรณีบางรุ่นที่แรงดันปั๊มติ๊กสูงมาก หากท่อน้ำมันเก่าแล้วหรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์อาจจะเสี่ยงต่อการ
รั่วหรือแตกของท่อได้ - หัวฉีดน้ำมันไม่ร้อนเนื่องจากมีการระบายความร้อนจากน้ำมันที่ไหลเวียนตลอดเวลา
- ถ้าเป็นปั๊มติ๊กแบบแช่อยู่ในถังน้ำมันไม่ควรให้ระดับน้ำมันอยู่ต่ำมากเนื่องจากปั๊มติ๊กต้องใช้น้ำมัน
ระบายความร้อนของตัวปั๊มออกไปครับหากว่าไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยงเลยก็เจ๊งครับ
ขอเน้นเรื่องแรงดันเบนซิลเพราะปั๊มติ๊กสำหรับรถบางรุ่นทำแรงดันได้สูงมาก กรณีไม่ตัดปั๊มติ๊ก
ยกตัวอย่าง ในขณะที่เร่งแซงปั๊มติ๊กต้องสร้างแรงดันสูงเพื่อให้จ่ายน้ำมันได้เพียงพอต่อหัวฉีดที่จะจ่ายให้เครื่องยนต์
แต่เรื่องจริงหัวฉีดไม่ได้เปิดจ่ายน้ำมันแรงดันน้ำมันในรางหัวฉีดน้ำมันยังคงอยู่ที่ระดับสูงเพราะไม่มีทางออก
และจะคงอยู่ในระดับนั้นไปตลอดหากไม่มีท่อวนน้ำมันกลับถัง (รถบางรุ่นมีบางรุ่นไม่มี แต่ส่วนใหญ่จะมีครับ)
เรื่องความปลอดภัยถ้าอุปกรณ์ทุกอย่างเช่นท่อต่างๆอยู่ในสภาพใหม่เรื่องแรงดันเกินจนท่อน้ำมันแตก
นั้นคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะโดยปกติการออกแบบจะมี safety design เผื่อไว้อยู่แล้ว แต่ถ้าหากรถเราเก่าแล้ว
คงจะอยู่นอกเหนือการออกแบบแล้วหละครับ
ดังนั้นระบบน้ำมันต้องตรวจสอบใกล้ชิดนะครับ ตรวจทุกครั้งที่เช็คระยะเลยครับหากท่อมันแข็งแตกลายงา
ก็เปลี่ยนมันซะเลยครับเส้นไม่กี่ตังค์ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ
แถมสำหรับเครื่องรุ่นเก่าๆ
หากเครื่องยนต์เป็นระบบคาร์บูเรเตอร์ ต้องตัดปั๊มติ๊กสถานเดียวครับ เพราะเราไม่สามารถสั่งให้คาร์บูเรเตอร์มันหยุด
จ่ายน้ำมันได้ครับจะมีปัญหาตรงที่หากไม่ได้ใช้น้ำมันเป็นเวลานานแล้วคาร์บูเรเตอร์มันจะติดไม่เปิดให้น้ำมันออกเพราะ
คราบน้ำมันที่แห้งเหนียวครับ
เป็นไงกันบ้างครับได้รับข้อมูลไปแล้วก็ต้องไปตัดสินใจกันเอาเองว่าจะตัดปั๊มติ๊กหรือไม่ตัดปั๊มติ๊ก
สำหรับผมคำตอบเดิมครับคันใหนมีปัญหาแบบใหนก็แก้กันไปตามอาการครับไม่มีสูตรที่แน่นอนตายตัวครับ
**แก้ไขข้อมูลผิดพลาดเรื่อง ปั๊มติ๊กควบคุมแรงดัน เป็น เรกกูเรเตอร์ เป็นตัวควบคุมแรงดัน
ขอบคุณ คุณ Biohazard No.235 จาก ThaiAlmeraClub.com ด้วยครับที่ช่วยท้วงติงครับ



